|
สถานที่ท่องเที่ยวและข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว
พระตำหนักดอยตุง
เรือนไม้ 2 ชั้นบนเนินต่างระดับ สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างบ้านปีกไม้ ศิลปะล้านนา กับชาเลต์แบบสวิส (Swiss Chalet)สามารถมองเห็นทิวท้ศน์เทือกเขาสลับซับซ้อน กลางห้องเป็นที่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์เพื่อผู้มาเยือนได้สักการะ เพดานดาวเป็นภาพระบบสุริยะและกลุ่มดวงดาวอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่เคยปรากฎ ณตุลาคม พ.ศ. 2443 วันพระราชสมภพ รอบพระตำหนักประดับด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ สามารถชมห้องบรรทมและห้องทรงงานที่สะท้อนพระราชจริยวัตรอันงดงามเรียบง่าย
สวนแม่ฟ้าหลวง
ละลานตาด้วยแปลงไม้ดอก และไม้พุ่มจากทุกมุมโลก หมุนเวียนกันเบ่งบานตลอดปี สวยสดราวผืนพรมธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ชมสวนหิน สวนน้ำพุ น้ำผุด ที่จะปรับเปลี่ยนไปทุกปีในช่วงงานห่มหนาว ราวเดือนตุลาคมถึงเมษายน
เดินชมดงกุหลาบพันปี ณ สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ สงบ สุขในเส้นทางธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยกลิ่นไม้สน เข้าสู่ดงกุหลาบพันปีนานาพันธุ์ แล้วแวะชม ธารน้ำพระทัย ธารน้ำผุดที่รินไหลสู่เบื้องล่าง
โครงการพัฒนาดอยตุงระยะทาง 35 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.
ดอยแม่สลอง
ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 75 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง เป็นชื่อเรียกรวม ๆ ของชุมชนชาวจีนฮ่อแห่งกองพล 93 ที่ตั้งหลักแหล่งบนดอยแห่งนี้มานานกว่า 40 ปี ปัจจุบันชุมชนชาวจีนบนดอยแม่สลองมีชื่อว่า หมู่บ้านสันติคีรี ตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,200 ม. อากาศเย็นสบายตลอดปี รายได้หลักมาจากการปลูกชาอู่หลง บ้านสันติคีรีเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประชากรประมาณ 800 หลังคาเรือน มีทั้งวัด โบสถ์คริสต์ มัสยิด ระบบไฟฟ้า โทรศัพท์ และธนาคารทหารไทย ที่ให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบ
พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี
ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงสุดของแม่สลอง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กม. พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดที่ระดับความสูง 1,500 ม. เหนือหมู่บ้านสันติคีรี ห่างจากหมู่บ้าน 4 กม. มีถนนลาดยางตัดขึ้นไปยังพระบรมธาตุฯ แต่ถนนสูงชัน คดเคี้ยวมาก พระบรมธาตุฯ สร้างแล้วเสร็จเมื่อราวปี พ.ศ. 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูงประมาณ 30 ม. ฐานกว้างด้านละประมาณ 15 ม. ประดับกระเบื้องสีเทา มีซุ้มจระนำด้านละสามซุ้ม เรือนธาตุประดับพระพุทธรูปยืนสี่ทิศ องค์ระฆังประดับแผ่นทอง แกะสลักลวดลาย ใกล้กับองค์เจดีย์เป็นวิหารแบบล้านนาประยุกต์ที่ตั้งของพระบรมธาตุฯ เป็นจุดสูงสุดของเทือกดอยแม่สลอง จึงชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะในยามเย็น ขณะเดียวกันองค์พระธาตุยังเด่นเป็นสง่า มองเห็นแต่ไกล เป็นสัญลักษณ์อีกอย่าง ของดอยแม่สลอง
เที่ยว ไร่ชา
ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย บ้านสันติคีรีเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่มีการผลิตชากันมาก และได้รัการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวสวนชา OTOP ผลิตภัณฑ์ชาที่จำหน่ายก็ได้ผ่านการคัดสรรให้เป็นสินค้าสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ชาที่ถูกใจนำไปฝากคนใกล้ ชิดได้เช่นกัน บ้านสันติคีรีนี้มีกลุ่มผลิตชาหลายกลุ่มได้แก่ กลุ่มชาวังพุดตาล บริษัทใบชาโชคจำเริญ จำกัด และกลุ่มสวนชาดอยตุง ซึ่งอยู่ที่ ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ดอยแม่สลอง ระยะทาง 55 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 30 น.
เชียงแสน
เคยเป็นศูนย์กลางอาณาจักรล้านนาในยุคแรก ๆ และเป็นเมืองเก่าแก่มากแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เดิมชื่อเวียงหิรัญนครเงินยาง แม้ปัจจุบันยังมีซากกำแพงเมืองโบราณ 2 ชั้น และโบราณสถานหลายแห่ง ปรากฏอยู่ในทั้งในและนอกตัวเมือง ภายในเขตกำแพงเมืองเก่าประกอบด้วยวัดร้างและโบราณสถานที่สร้างในระหว่างพุทธ ศตวรรษที่ 18-21 สลับกับบ้านเรือนชาวบ้าน การเที่ยวชมควรเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ใกล้กับประตูป่าสัก ติดกันเป็นวัดเจดีย์หลวง ฝั่งตรงข้ามจะเป็นศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวเชียงแสน จากจุดนี้สามารถไปเที่ยวชมโบราณสถานต่าง ๆ ได้ในรัศมีไม่เกิน 1.5 กิโลเมตร
สามเหลี่ยมทองคำ
เป็นแนวตะเข็บชายแดนรอยต่อสามประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว มีพื้นที่ประมาณ 1.5 แสน ตร.ม. ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีชนกลุ่มน้อย กองกำลังติดอาวุธอาศัยอยู่หลายกลุ่ม พื้นที่แถบนี้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางว่าเป็นแหล่งปลูกฝิ่นและผลิตยาเสพ ติดแหล่งใหญ่ มีโรงงานผลิตเฮโรอีนกระจายอยู่ตามตะเข็บชายแดน การลำเลียงฝิ่นใช้คาราวานล่อลัดเลาะไปตามไหล่เขา มีกองกำลังคุ้มกัน ราคาซื้อขายยาเสพติดว่ากันว่าแลกเปลี่ยนด้วยทองคำ ในน้ำหนักที่เท่ากัน ยางข้นเหนียวของฝิ่นดิบ จึงถูกเรียกว่า ทองคำ พื้นที่แถบนี้จึงถูกขนานนามว่า "สามเหลี่ยมทองคำ"
หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ
เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อปี พ. ศ. 2542 –พ.ศ. 2545 เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2548 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเสมือนประตูเปิดสู่โลกอันลึกลับของพืชชนิดนี้ จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความแจ่มจรัสและรู้แจ้ง พื้นที่ 5,600 ตารางเมตรแสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจาธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี
ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่น อันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงค์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น ยาเสพติดเริ่มใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของยามหัศจรรย์ หอฝิ่นได้นำเสนอสนธิสัญญาฝิ่น กฎหมายเกี่ยวกับฝิ่น องค์การที่แก้ไขปัญหานี้
ความขัดแย้งและการพัวพันอาชญากรรม ผลกระทบที่เลวร้ายของยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถต่อต้านได้
มาตรการควบคุมและปราบปรามยาเสพติด และกรณีศึกษาที่นำเสนอทางเลือกและโอกาสที่จะต่อสู้กับความเย้ายวนจากสารเสพ ติด หอฝิ่นได้จัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่าย ภาพยนต์และวีดิทัศน์ เรื่องราวเกี่ยวกับและยาเสพติดจากหลายประเทศทั่วโลก
เชียงแสนและสามเหลี่ยมทองคำหอฝิ่น ระยะทาง 55 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 30 น.
วัดร่องขุ่น
ออกแบบและสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย สร้างขึ้นด้วยแรงปณิธานที่มุ่งมั่น รังสรรค์งานศิลปะที่งดงามแปลกตาผสานวัฒนะธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ทั้งลวดลายปูนปั้นประดับกระจกและจิตรกรรรมฝาผนังขนาดใหญ่ ลักษณะเด่นของวัดคือ พระอุโบสถถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงินแวววาวเป็นเชิงชั้นลดหลั่นกันไป หน้าบันประดับด้วยพญานาคมีงวงงาดูแปลกตาน่าสนใจมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์
เอง
วัดร่องขุ่น ระยะทาง 30 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 น.
ดอยดินแดง
สมลักษณ์ ปันติบุญ เจ้าของบ้านดอยดินแดง จะออกตัวว่างานของเขา เปลี่ยนแปลงอะไรโลกไม่ได้เลยก็
ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดบ้านที่มีผนังผสมด้วยดินแดงในพื้นที่ ก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย ทั้งนี้ยังไม่รวมผลงานศิลปะและธรรมชาติแวดล้อมที่มี
ความเชื่อมโยงเป็นหนึ่ง เดียวกันหลังจากเรียบจบเทคโนโลยีวิทยาเขต เทคนิคภาคพายัพ เชียงใหม่ แล้วเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อศึกษาเพิ่มเติมทางด้านเซรามิคกับอาจารย์ Twao Onuma และ Tarouemon Nakagato เป็นเวลา 5 ปี สมลักษณ์กลับบ้านที่เชียงรายแล้วมาพบดินแดงคุณภาพเหมาะในการใช้งานที่บ้าน ป่าอ้อ ตำบลนางแล จึงตัดสินใจซื้อที่จำนวน 9 ไร่ สร้างเป็นบ้าน สตูดิโอ และช้อป ขึ้นเมื่อ 19 ปีที่แล้ว
ระยะทาง 5 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 น.
รวมหมู่บ้านชาวเขา และหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว จ.เชียงราย
เลขที่ 40 ม. 6 บ้านป่าอ้อ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย เที่ยวชม
- อาข่า เย้า ลีซอ กะเหรี่ยงคอยาว กะเหรี่ยง ลาหู่
- บริการที่พักแบบ Home Stay
- ศึกษาวัฒนธรรม
- ศึกษาการเพาะปลูก/เกษตรกรรม/การทำนา
- บริการที่ พักแบบกางเต้นท์ Camping ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม แวดล้อมด้วยความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ
– นั่งเกวียน ระยะทาง 5 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 น.
ไร่แม่ฟ้าหลวง
"อุทยานแห่งความสงบ งามอย่างล้านนา" ไร่แม่ฟ้าหลวงตั้งอยู่บริเวณพื้นราบทางตะวันตกของตัวเมืองเชียงราย ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ฝึกอบรมเยาวชนชาวเขาจากหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือ ปัจจุบันเป็นอุทยานศิลปะและวัฒนธรรมอันรื่นรมณ์ด้วยหมู่ไม้
นานาพันธุ์ เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความสงบเงียบและแรงบันดาลใจอันเกิดจากธรรมชาติ และสิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น
ระยะทาง 18 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 น.
ถนนคนเดิน หรือกาดเจียงฮายรำลึก
จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ เทศบาลนครเชียงราย จัดงานถนนคนเดิน กาดเจียงฮายรำลึก รูปแบบล้านนาในอดีต ร่วมย้อนอดีตล้านนา พลิกฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่น คืนชีวิตให้ชุมชน ทุกวัน เสาร์
ณ บริเวณถนนธนาลัย ตั้งแต่สี่แยกสำนักงานยาสูบ ไปจนถึง สี่แยกธนาคารออมสิน ระยะทาง 1500 เมตร อยู่ใจกลางเมืองเชียงราย ตั้งแต่เวลา 16.00 น.-24.00น.กำหนดแบ่งออกเป็น 3 โซน โดย
โซนที่ 1 เป็นแหล่งรวมของชุมชนโอท็อปชั้นนำของเชียงราย ร้านสินค้าโครงการหลวง สินค้าและผลิตภัณฑ์ชาวเขา
โซนที่ 2 จำหน่ายสินค้าทำด้วยมือ และหัตถกรรม งานฝีมือทั้งจากเยาวชนและประชาชน การแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเมือง กิจกรรมสปา สมุนไพร และนวดแผนไทย และ
โซนที่ 3 เป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการ จำหน่ายสินค้า และของที่ระลึก กาดหมั้วคัวแลง
ระยะทาง 16 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 น.
ตลาดไนท์บาซาร์เชียงราย
ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน บริเวณสถานี ขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขา และชาวเชียงราย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากแบบ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผ้าม่าน ผ้าปักฝีมือชาวเขาที่นำมาจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงนัก มีการจำหน่ายของตกแต่งบ้านที่ทำ จากไม้ สินค้าหัตถกรรม (หรือสินค้าทำมือ) ต่างๆ เช่น ไม้แกะสลัก ภาพวาด ตุ๊กตาประดิษฐ์ ฯลฯ และยังมีร้านอาหาร บริการนักท่องเที่ยวพร้อมชมการแสดงซึ่งจัดอยู่ 2 เวที คือบริเวณลานกลางเวียงเป็นเวทีสำหรับการแสดงของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย มีการแสดง รำไทย และสะล้อ ซอ ซึง ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีพื้นบ้าน เป็นการอนุรักษ์ศิลปะแบบล้านนาเอาไว้ด้วย ส่วนเวทีอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณลานเบียร์ ซึ่งเป็นลานกว้างไว้สำหรับนั่งดื่มเบียร์เย็นๆ กับอาหารอันเลิศรสหลากหลายเมนูพร้อมชมการแสดง จะมีการแสดงคาบาเร่โชว์ โฟล์คซอง และการแสดงของชาวเขา ซึ่งการแสดงเหล่านี้จะสลับวันแสดง
ระยะทาง 16 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 น.
 หอนาฬิกาเชียงราย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ที่ออกแบบโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติและสล่าชื่อดัง จ.เชียงราย มูลค่ากว่า 5 ล้าน เทศมนตรี
เทศบาลนครเชียงราย มีการติดตั้งระบบไฟ ที่มี เทคนิคพิเศษ โดยใช้ไฟ LCD ที่ทำให้ยามค่ำคืนหอนาฬิกาแห่งนี้จะมีความสวยสดงดงามที่ตระการตา ระบบไฟจะเปลี่ยนสีพร้อมกับเสียงเพลงเชียงรายรำลึก ที่ไพเราะ3 ช่วงเวลาด้วยกันคือเวลา 19.00น. 20.00 น. และเวลา 21.00น.แวะไปดูไปชมการแสดงแสง สี เสียง
ระยะทาง 16 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 น.
วัดสำคัญ ในอ.เมือง
วัดพระสิงห์ นั้นน่าจะเป็นเพราะครั้งหนึ่ง เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย คือ พระพุทธสิหิงค์
หรือที่เรียกกันในชื่อสามัญว่า “พระสิงห์” ปัจจุบันวัดพระสิงห์เป็นที่
ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ (หรือพระสิงห์) จำลองศิลปะเชียงแสน ปางมารวิชัย ชนิดสำริดปิดทอง หน้าตักกว้าง ๓๗ เซนติเมตร สูงทั้งฐาน ๖๖ เซนติเมตร
วัดพระแก้ว เป็นจุดที่ค้นพบพระแก้วมรกต และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเป็นเวลา 45 ปี ก่อนที่จะเอิญไปยังเชียงใหม่ วันนี้แต่เดิมวัดนี้มีชื่อว่าวัดป่าเยี้ย หลังพระอุโบสถมีเจดีย์อยู่องค์หนึ่งซึ่งได้พังลงมาแล้วได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทององค์หนึ่งตกลงมาจากเจดีย์จึงได้อัญเชิญไปไว้ วิหารหลวงได้ 2 เดือน ต่อมาปูนกระเทาะออกจึงเห็นเป็นแก้วสีเขียวทั้งองค์
หลังจากนั้นวัดนี้จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า วัดพระแก้ว ปัจจุบันเจดีย์องค์ ดังกล่าวได้รับการบูรณะใหม่เป็นเจดีย์หุ้มทองจังโก๋ เหลืองอร่ามทั้งองค์
ระยะทาง 16 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 น.
อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
พ่อขุนเม็งราย เป็นราชโอรสของพระเจ้าลาวเมงแห่งราชวงศ์ ลั๊วจังกราชผู้ครองหิรัญนครเงินยาง กับพระนางอั้วมิ่งจอมเมืองหรือพระนางเทพคำขยาย ราชธิดาของท้าวรุ่งแก่นชายเจ้าเมืองเชียงรุ้ง พระองค์ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุนเอกศกจุลศักราช 601 ตรงกับพุทธศักราช 1781 ในปี พ.ศ. 1805 ขณะยกทัพไปถึงเมืองลาวกู่เต้าและประทับอยู่ที่นั่น เผอิญช้างทรงของพระองค์ซึ่งทอดไว้ที่ป่าหัวดอยทางทิศตะวันออก หลุดพลัดไป พระองค์จึงเสด็จตามรอยช้างไปจนถึงดอยจอมทอง ริมฝั่งแม่น้ำกก ทอดพระเนตรเห็นภูมิ ประเทศเป็นชัยภูมิที่ดี จึงได้โปรดให้สร้างพระนครขึ้น โดยก่อกำแพงโอบรอบ เอาดอยจอมทองไว้
ภายในขนานนามว่า เมืองเชียงราย แล้วให้ย้ายราชธานีจากเมืองหิรัญนครเงินยาง มาตั้งอยู่ที่เชียงรายนับแต่นั้นมา
ระยะทาง 16 ก.ม. จากวนาศรม รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 น.
สถานที่ท่องเที่ยวใน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ และวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ
สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชานุญาต ให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจัดสร้างพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติเนื่องใน โอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ ๕๐ พรรษา พร้อมกับให้เชิญมาเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ องค์นี้ จำลองแบบมาจากพระเจ้าล้านทอง พระประธานในพระอุโบสถวัดพระแก้ว (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ภายหลังการจัดสร้างพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ เสร็จสิ้นแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่
สมเด็จพระสังฆราช ได้มีเมตตามอบพระบรมสารีริกธาตุให้แก่มหาวิทยาลัยเพื่ออัญเชิญมาบรรจุบน เศียรพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเป็นสิริ มงคลแก่ผู้มาเคารพกราบไหว้ตลอดไป สำหรับวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ นั้น จัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ และให้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาของผู้บริหาร พนักงาน นักศึกษาของมหาวิทยาลัย ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ประดิษฐานที่หน้าบันวิหารหลังนี้ด้วย นับเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งแก่มหาวิทยาลัย และสร้างความปีติยินดีให้แก่ผู้มาพบเห็นตลอดไป
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวงเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้รับการสถาปนาขึ้นตามพระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2541 โดยมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดี
ของพี่น้องประชาชนที่มีต่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของชาติและภูมิภาค รวมทั้งเป็นแหล่งที่จะสืบสานพระราชปณิธาน ปลูกป่า สร้างคน ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อีกด้วย
ดัง นั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงได้มีการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี เพื่อประดิษฐานที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทั้งนี้เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในฐานะที่มหาวิทยาลัยได้อัญเชิญพระราช สมัญญานามของพระองค์เป็นชื่อมหาวิทยาลัย และเพื่อเป็นศูนย์รวมน้ำใจของชาวมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและพี่น้องประชาชนโดย ทั่วไป
ลำดับการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
15 มิถุนายน 2547 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทอดพระเนตรพระรูปต้นแบบ เพื่อพระราชทานพระวินิจฉัยให้แก่ประติมากรนำไปปรับปรุงให้สมพระเกียรติมาก ที่สุด ณ บ้านเลขที่ 35/75 ถนนพุทธมณฑล1 หมู่บ้านมหาดไทย กรุงเทพฯ
15 ธันวาคม 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จแทนพระองค์ฯ ในพิธีเททองหล่อพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
19 พฤษภาคม 2548 พิธีอัญเชิญพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อประดิษฐาน ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
10 ธันวาคม 2548 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์มาทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยรัฐบาลประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มอบให้เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และให้เป็นเครื่องมือแห่งไมตรีจิตมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์
ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2543 และได้
ประกอบพิธีเปิดศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 ศูนย์ ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจัดหวัดเชียงราย เพราะมีสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม มีสวนน้ำตรงกลางแบบซูโจว วัสดุที่ใช้
หลายส่วนนำมาจากประเทศจีน เช่น กระเบื้องหลังคา รูปปั้นประดับหลังคา สิงโตแกะสลัก ซึ่งเป็นไปตามเอกลักษณ์ของจีนโดยแท้
|